ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ‘ภาค1-2’ ก็สามารถดูภาคนี้ได้อย่างไม่ต้องคิดอะไรมากแต่เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการดูมากขึ้นและเพื่อสนุกต่อการค้นหาสิ่งที่ยังคงค้างคาใจสำหรับภาคก่อนๆ การหยิบ ‘ภาค1-2’ ชึ้นมาดูคงดีกว่าไม่ใช่น้อย สำหรับภาค 3 มีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างลื่นไหลและมีทักษะมากว่าภาคก่อนอยู่พอสมควรและการเล่นกับความรู้สึกของคนดูก็ทำได้ดีกว่าภาค 2 แต่อาจจะสู้ ภาค1 ไม่ได้ก็เท่านั้นเอง


    ภาคนี้เปิดเรื่องด้วยจุดเล็กๆน้อยๆที่เชื่อมกับ ‘ภาค2’ ในตอนต้นๆเรื่องที่ ‘ครอบครัวของคริสตี้’ กลับมาบ้านและพบว่าบ้านของตัวเองถูกทำลายซะยับเยิน ยกเว้นเพียงแต่ห้องของ ‘ฮันเตอร์’ และเมื่อได้ลงไปดูที่ห้องเก็บของก็พบว่า ‘ของบางอย่าง’ ที่ ‘เคธี่’ เคยฝากไว้นั้นหายไป !! และภาพก็ตัดมาที่วีดีโอวันเกิดของ ‘เคธี่’ และเรื่องราวก็เริ่มดำเนินขึ้นและเผยให้รู้ถึง ‘ความลับ’ บางอย่างที่เป็นสาเหตุให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน ภาค1 และ 2 ค่อนข้างจะมีเหตุผลแต่ไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไหร่นัก ซึ่งในจุดนี้จะไม่ขอเล่าสำหรับ ‘ความลับ’ ตรงนั้น อยากให้ได้ลองไปสัมผัสกับตาตัวเองดีดว่า ทั้งนี้อยากให้ดูใน ‘โรงภาพยนตร์’ มากกว่าการซื้อหรือเช่าแผ่นมาดู เพราะว่าอรรถรสที่ได้รับจะเต็มที่และขนหัวลุกไม่เบา !!


    สิ่งที่น่าชื่นชมของภาคนี้ นอกจากการเล่าเรื่องที่ลื่นไหลหรือจังหวะหลอกที่ทำได้เยี่ยมแล้ว ก็ยังมี ‘การแสดง’ของเด็กทั้ง 2 คนที่รับบทเป็น ‘เคธี่’ และ ‘คริสตี้’ ซึ่งทำหน้าที